นักประพันธ์และบทกวีที่โด่งดัง

กวีเอกและบทกลอนที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี

ผลงานอันโดดเด่นของ วิลเลี่ยม เชกสเปียร์ ตราตรึงในหัวใจคนทั่วโลก

 

Shakespeare-011

ทุกคนคงจะทราบและรู้จักเขาคนนี้ซึ่งเป็นนักกวีและนักเขียนบทละครที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกอย่าง วิลเลี่ยม เชกสเปียร์ ซึ่งเขาเป็นนักกวีชาวอังกฤษ ที่ได้สร้างผลงานให้โลกได้ตราตึงมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบด้วยบทละคร จำนวน 38 เรื่อง กวีนิพนธ์แบบซอนเน็ต จำนวน 154 เรื่อง กวรนิพนธ์แบบยาว จำนวน 2 เรื่องและผลงานอื่นๆ อีกมากมายด้วยกัน เชกสเปียร์ เป็นศิลปินที่มีความขยันอย่างมากและมีความละเอียดอ่อนอีกด้วย เขาได้เขียนบทกวีไปทั้งหมดมากกว่า 500 เรื่อง แต่เรื่องโดดเด่นที่สุดและดังไปทั่วโลก ณ ปัจจุบันนี้ ก็ยังส่งต่อมาถึงได้ ก็คือวรรณกรรมที่มีเรื่องราวของสุขนาฏกรรมและอิงประวัติศาสตร์ ถือเป็นวรรณกรรมชั้นเลิศที่นับวันเริ่มจะหาอ่านได้ยากแล้ว ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 4 เรื่องด้วย ได้แก่

  • หรรษาราตรี (Twelfth Night) เป็นเรื่องราวของความรักอันเร้าใจ ซึ่งมีเรื่องราวของการพลัดพราก อับปาง การพเนจรไปยังดินแดนต่างๆ ที่ไม่รู้จัก หญิงปลอมตัวเป็นชายหรือแม้กระทั้งความรักซ่อนเร้น รักแรกพบ ผู้รักที่สูงศักดิ์ระทมจากความรักที่ไม่ได้ดั่งใจ ความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ และการลงเอยอย่างรวดเร็วน่าใจหายใจคว่ำ
  • แม็คเบ็ธ (The Tragedy of Macbeth) เป็นเรื่องราวของนักรบชาวสกอตแลนด์มีความทะเยอทะยานอันไม่มีที่สิ้นสุดและได้นำพาชีวิตของเขาไปสู่ความหายนะ โดยนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของพระเจ้าแม็คเบ็ธแห่งสกอตแลนด์มาประยุกต์
  • พายุพิโรธ (The Tempest) เรื่องราวเกี่ยวพี่ชายที่ถูกน้องชายแท้ๆ ของตนเองทรยศและถูกเนรเทศออกนอกเมืองไปกับลูกสาวตัวน้อยกลางทะเลทราย พายุก็โหมกระหน่ำทำให้เรือของเขาอับปาง แสดงถึงคุณธรรมอันล้ำเลิศและการให้อภัยที่ประทับที่สุด มีข้อคิดดีๆ มากมายที่แฝงอยู่ในเรื่องนี้
  • ราตรีนิมิตกลางคิมหันต์ หรือ ฝันในคืนกลางฤดูร้อน (A Midsummer Night’s Dream) เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว ซึ่งประกอบไปด้วย เวทมนต์ นางฟ้า เรื่องรักสลับคู่อลเวงและฉากตลกขำขัน

Walt whitman กวีเอกของอเมริกา

poem whitemanวอลต์ วิตแมน (Walt whitman) นักกวีชาวอเมริกา เกิดที่เมือง ลองไอส์แลนด์ รัฐนิวยอร์ก ประเทศ สหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1819 วิตแมน ในวัยเด็กนั้นเป็นเด็กที่ได้รับอิทธิพลความคิดจากสภาพแวดล้อมที่ๆ เขาอยู่ ให้คิดแบบเสรีนิยม ซึมซับทัศนะคติทางการเมือง โดยอิทธิพลส่วนใหญ่มาจากการปลูกฝังจากพ่อของเขาเอง ซึ่งประกอบอาชีพเป็นช่างไม้ เมื่อ วิตแมน อายุ 11 ปี ได้เริ่มทำงานในสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง ต่อมาจึงได้มาเรียนในด้านการพิมพ์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบในสมัยเด็กจนได้เข้ามาทำงานในโรงพิมพ์ทำงานในตำแหน่งบรรณาธิการในที่สุด

วิตแมน นั้นมีแนวคิดในเรื่องการเมืองอย่างสุดโต่งเคยเขียนวิจารณ์กฎหมายการค้าของอเมริกาอย่างมากมาย และหลายครั้งเขาได้ใช้ความคิดที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยอย่างแรงกล้าของเขา ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ที่เขาเป็นบรรณาธิการ กล่าวโจมตีกฎหมายการค้าของเอมริกาอย่างร้ายแรง ชาวอเมริกานั้นจดจำวิตแมนได้จากหนังสือรวมบทกวีชุด Leaves of Grass ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2398 บทกวีชุดนี้ได้แสดงออกถึงจิตวิญญาณอิสระแห่งวัยเยาว์ ผลงานของวิตแมน ส่วนใหญ่จะสดุดีความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ คุณค่าของปัจเจกชน เสรีภาพและภาดรภาพ ผลงาน Leaves of Grass ของเขานั้น ทั้ง 9 เล่มนั้น ถือว่าเป็นงานวรรณกรรมชิ้นสำคัญของโลกงานหนึ่ง

วอลต์ วิตแมน นั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น กวีเอกแห่งชาติอเมริกา โดยเขาได้กล่าวว่า อเมริกากำลังกำจัดระบบศักดินาสวามิภักดิ์ที่สิ้นชีพไปแล้วในโลกเก่าและทรรศนะเก่าๆทางวัฒนธรรมที่คู่กันไปในระบบนี้ วัฒนธรรมของอเมริกาจะต้องเป็นวัฒนธรรม ของสามัญชนที่ใจรักประชาธิปไตย และคิดถึงเพื่อนร่วมชาติอย่างจริงใจโดยไม่ผูกพันกับแบบอย่างที่ล้าสมัยแล้ว ควรเป็นวัฒนธรรมของชนทั้งมวล มิฉะนั้นอย่ามีเลยเสียดีกว่า การไม่มีวัฒนธรรมนั้นยังน่าพิสมัยกว่าการหันกลับไปขุดค้นหาอดีตที่ตายแล้วเสียอีก คนอเมริกาจึงยกย่องให้เขาเป็น Prophet Of American Democracy คำประพันธ์ของเขาถือว่าเป็นวัฒนธรรมของ คนธรรมดาสามัญที่มีใจที่รักเสรีภาพ อิสรภาพ และไฝ่หาความเท่าเทียมกันในสังคม

[Top]

Emily Dickinson กวีผู้ขับขานความตาย

poet emilyEmily Elizabeth Dickinson เป็นนักกวีหญิงที่รักความสันโดษ เกิดที่เมือง Amherst รัฐเมสซาซูเสทท์ ค.ศ 1830 ในบ้านเกิดของ Emily ที่มีแหล่งชุมชนเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีฐานะมารวมกัน จึงมีนักคิด และนักกวีมากมาย Emily จึงได้ซึมวับแนวคิดต่างๆ แม้ว่าเธอจะเป็นพวกรักสันดาก็ตาม ในวัยเด็ก Emily มีพ่อที่เข้มงวดคอยปิดกั้น การเรียนรู้บทประพันธ์หรือกวีในยุคนั้นหลายเรื่องเพราะถูกมองว่าไม่เหมาะสมสำหรับ Emily แต่ตัวของนางเองถึงจะถูกบิดาปิดกั้นเท่าไรแต่ด้วยแนวคิดที่ชาญฉลาดและความเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่สามารถใช้ปัญญาต่อต้านได้ และยังถือเป็นคนที่ถ่อมตน และเข้าใจถึงจิตใจของผู้อื่นได้เป็นอย่างดีแม้จะเป็นคนรักความสันโดษ

หากมองถึงบทกวีของ Emily ที่แสดงให้เห็นถึงแง่มุมของความคิดอันลึกล้ำที่มีแนวทางและแบบฉบับเป็นของตัวเอง เพราะความรักการอยู่แบบสันโดษเธอจึงมีเวลาครุ่นคิดถึงเรื่องของการใช้ชีวิต บทกวีที่เธอประพันธ์ขึ้นนั้นมีเนื้อหาที่กระชับใช้ถ้อยคำที่อ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็แฝงไปด้วยพลัง Emily เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของวงการวรรณกรรม บทกวีที่เธอเขียนขึ้นยังเปิดเผยถึงเบื้อลึกของจิตใจคน แต่ถึงอย่างนั้นแม้เธอจะประพันธ์กวีได้ดีแค่ไหนผลงานของเธอก็ไม่เป็นที่ยอมรับของคนในยุคนั้น เนื่องจากแนวทางการเขียนนั้นแตกต่างจากกวีที่ได้รับความนิยม อีกสาเหตุก็เพราะส่วนใหญ่เธอจะกล่าวถึงปรัชญาเกี่ยวกับความตายและแนวคิดชีวิตอมตะ แต่ถึงอย่างนั้น กวีผู้ขับขานความตายผู้นี้ก็สื่อความหมายต่างจากคนอื่น ดังเช่นกวีเลื่องชื่อของเธอ “Because I could not stop for Death”

“He kindly stopped for me;”

The carriage held but just ourselves

And Immortality.

We slowly drove, he knew no haste,

And I had put away

My labor, and my leisure too,

For his civility.

We passed the school where children played,

Their lessons scarcely done;

We passed the fields of gazing grain,

We passed the setting sun.

We paused before a house that seemed

A swelling of the ground;

The roof was scarcely visible.

The cornice but a mound.

[Top]

William Carlos Williams ผู้เขียนบทกวีได้ดั่งกับภาพวาด

poet carlosเกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1883 มลรัฐนิวเจอร์เชีย เมืองรัทเธอร์ฟอร์ด ในวัยประถมได้ศึกษาที่รัทเธอร์ฟอร์ดในระหว่าง ปี ค.ศ. 1889-1896 เมื่อเรียนจบก็เข้าศึกษาต่อที่ Chateau de Lancy และต่อด้วย Lycee Condorcet ในกรุงปารีส ปี ค.ศ. 1899 มีอยู่ช่วงหนึ่งครอบครัวของเค้านั้นได้อพยพไปที่อเมริกา ตัว William ก็ได้เข้าเรียนที่ Horace Mann School ที่ประเทศนิวยอร์จนถึงอายุ 19 ปี และเมื่อจบการศึกษาก็ได้เข้าศึกษาวิชาการแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเบนซิเวเนีย ในขณะที่เข้าศึกษาเค้าก็ได้มีความสนใจเกี่ยวกับ บทความร้อยกรอง ต่อมาตัวเค้าก็ได้มีโอกาสไปฝึกงานในฐานะ แพทย์ฝึกหัดในระหว่างปี 1906-1909 ในโรงพยาบาลของฝรั่งเศส และ William ก็ได้แสดงให้เห็นถึงพรสรรค์ที่เหนือกว่าในบรรดากวีคนอื่นๆเมื่อตอนเค้าได้มีโอกาสส่งผลงานของตัวเองไปตีพิมพ์ในครั้งแรก และในปี ค.ศ. 1909 ก็ได้มีโอกาสจัดพิมงานรวมชุด Poems ด้วยเงินส่วนตัวของเค้าเอง ในปี ค.ศ. 1912 หลังจากได้เริ่มอาชีพแพทย์ของเค้าเพียงสองปี ไม่นานเค้าก็ได้แต่งงานกับ Folrence Herman และกล่าวได้ว่า ฟลอสซี่ ผู้นี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเค้าในการเขียนบทกวี และผลงานของเค้าที่โลกได้จดจำนั้นก็คือ Poems 1909 ซึ่งงานชุดนี้ได้รับอิทธิพลมาจากวอล์ท วิทแมน กวีของอเมริกาที่เป็นแนวโรแมนติก และงานชุดนี้ได้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของบทร้อยกรองที่เปรียบได้ดั่งภาพวาดที่ใช้ตัวอักษร จากแนวการเขียวเฉพาะตัวของ William ผลงานรวมชุดที่สองของเค้า ชื่อ The Tempers ได้รับการยกย่องว่ามีบทโคลงที่ดีที่สุดในชุด The Tempers ดังเช่น Peace on Earth ,Proof Immortality,Homage และ Lullaby ที่ได้รับการขนาดนามได้ดั่งบทเพลงในภาพรวม ที่แสดงให้เห็นถึงความรักแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่เร้าร้อน ซึ่งบทโคลงที่เค้าเขียนในช่วงหลังก็จะให้ความรู้สึกประมานนี้

[Top]

William Wordsworth บทกวีแนวโรแมนติกอันดับโลก

poet williamWilliam Wordsworth มีชื่อเสียงอยู่ในยุค 2336 บทกวีของเค้าเป็นแนวโรแมนติกที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในตอนนี้จนถึงทุกวันนี้ก็ยังฝากผลงานเอาไว้มากมาย ตัวเค้าเกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2313 ประเทศอังกฤษ ในวัยเด็กได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น St.john’s College , Cambridge ในระห่างที่เข้าได้ศึกษาอยู่นั้นก็ได้เข้ากับคณะปฏิวัติของฝรั่งเศส และเมื่อเรียนจบเค้าได้สนใจในประเทศฝรั่งเศสจนได้เดินทางไปท่องเที่ยวและตามด้วยประเทศอิตาลี นิยายของเค้า An Evening Walk และ Descriptive Sketches ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2336 ได้รับการยอมรับและยกย่องในยุคนั้นว่าเป็น EnglishRomanticpoet ที่เป็นแนวโรแมนติก และมักจะได้รับแรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติและทิวทัศน์ในถิ่นบ้านเกิดของเค้านั้นเอง ในย่านเลค ดิสทริค William Wordsworth ในสมัยนั้นได้สร้างผลงานที่ตรงกันข้ามกับนักกวีคนอื่น โดยเน้นความรู้สึกของตัวเค้าที่เป็นนักกวีออกมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีหลักเกณฑ์แบบเดิมๆหลงเหลืออยู่ เป็นอะไรที่แปลกใหม่จึงครองใจผู้อ่านจำนวนมาก และผลงานลักษณะนี้ก็ได้แก่ Lyrical Ballads ในปี พ.ศ. 2341 ที่โดดเด่นของผลงานของเค้าอีกอย่างหนึ่งก็คือ การแสดงทัศนะ ของชีวิตเราในแนวจิตนิยม โดยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อในความรัก ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของจิตวิญญาณของมนุษย์เราและธรรมชาติที่สวยงามอันเป็นรากฐานของสังคมที่ดี ผลงานที่สร้างชื่อให้เค้าจนมีผลจดจำได้มากนั้นก็คือThe Prelude ,with Few Other Poems และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกวีหลวงในปี พ.ศ. 2386 และ 7 ปีให้หลังเค้าก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2393

[Top]

เซียนแห่งกวีใต้หล้านี้สุดจะหาที่เปรียบเปรย

poet li baiเรื่องราวของนักกวีคนหนึ่งของประเทศจีนในสมัยของราชวงศ์ถังที่เกรียงไกรและรุ่งเรืองมากที่สุด ได้มีเด็กชายคนหนึ่งมีนามว่าหลี่ไป๋ บ้านเกิดของเขาอยู่ที่มณฑลกานซู่ เขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าเป็นหนังสือเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังทุ่มเทฝึกซ้อมวิชากระบี่และมัดมวยอย่างเต็มที่ หลี่ไป๋ในวัยเยาว์เขาเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก แต่นิสัยของเขาจะเป็นคนที่ชอบอวดดีลำพองตัวเป็นอย่างมาก มีความเชื่อมั่นในตัวของตัวเองที่สูงมาก ใจนักเลงและชอบเปิดเผย มีความคิดที่เป็นอิสระ ทำให้เห็นถึงสภาพจิตใจของคนในสมัยราชวงศ์ถังที่มีความรู้และความสามารถที่มากมาย หลี่ไป๋อยากจะหาความรู้เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด เขาจึงตัดสินใจเดินทางตอนที่เขาอายุ 20 ปีเศษ เขาเป็นที่มีความรู้และฉลาดกว่าคนธรรมดาทั่วไป เขาจึงประสบความสำเร็จทางด้านกวีนิพนธ์ แม้ว่าสมัยนั้นจะเป็นการใช้พูกันเขียนตัวหนังสือก็ตามและหลังที่เขาแลกเปลี่ยนบทกวีจากชาวบ้าน ก็ทำให้หลี่ไป๋มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าตั้งแต่ยังหนุ่ม หลี่ไป๋ฝันไว้เสมอว่าอยากเดินทางสายขุนนางหรือการเมืองมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปถึงกรงฉางอานราชธานีของราชวงศ์ถัง เพราะเนื่องจากเขาเป็นนักกวีชื่อดัง ขุนนางในราชวังจึงเสนอชื่อเขาเข้ามา หลี่ไป๋จึงได้เป็นอาลักษณ์ของจักรพรรดิในราชวัง เขาภาคภูมิใจกับตำแหน่งนี้เป็นอย่างมาก ต่อมาเขาได้โดนกลั่นแกล้งและใส่ร้ายป้ายสีอยู่บ่อยครั้ง จนจักรพรรดิหมดความเชื่อใจในตัวหลี่ไป๋ เขาได้ลาออกจากราชวังและได้ออกเดินทางแบบนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ระหว่างนั้นเขาก็ได้แต่งบทกวีไปด้วย เขาได้แต่งกวีพรรณนาถึงธรรมชาติมากมาย บทกวีของเขามักนิยมเขียนแบบขยายความและอุปมาอุปมัย มีกวีของหลี่ไป๋ตกทอดมายังคนรุ่นหลังถึง 900 บทและบทร้อยแก้วอีก 60 บท ถือเป็นเซียนแห่งกวีของโลกที่สำคัญมากๆ คนหนึ่ง

[Top]

เอดการ์ แอลลัน โพ เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญยุคใหม่

poet poeเอดการ์ แอลลัน โพ (Edgar Allan Poe) นักกวีชาวอเมริกันที่น้อยคนจะไม่รู้จัก วันนี้เราจะนำท่านมารู้ทำความจักกับ นักกวีที่ทำให้คนทั่วโลกต้องอกสั่นขวัญแขวนไปกับนิยายแนวสยองขวัญของเขา ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก นิยายของ โพเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากงาน ”รหัสคดี” (mystery story) ซึ่งรวมไปถึง นิยายแนวลึกลับ , อาชญานิยาย , นิยายนักสืบ นิยายสยองขวัญ , นิยายสืบสวน ซึ่ง โพ เป็นนักกวีคนแรกๆ ที่เริ่มเขียนงานรูปแบบนี้ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่าน และยังเป็นต้นแบบในการพัฒนานิยายแนววิทยาศาสตร์อีกด้วย แต่ โพ เองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในเส้นทางนักเขียนนักเพราะเขายึดอาชีพเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียว เป็นผลให้เขามีปัญหาในเรื่องเงินทองพอสมควร

หากจะกล่าวถึงประวัติของ เอดการ์ แอลลัน โพ เขาเกิดที่เมืองงบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ น่าเสียดายที่บิดาของเขานั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเป็นเหตุให้ชีวิตวัยเด็กเขาต้องได้รับการเลี้ยงดูจาก จอร์น และ ฟรานเซส เอลสัน แต่โพในวัยเด็กนั้นไม่ได้รับการอุปถัมป์และเป็นผู้ตั้งชื่อ “เอดการ์ แอลลัน โพ” ให้ แต่พวกเขาก็ไม่เคยทำเรื่องให้โพเป็นลูกบุญธรรมอย่างเป็นทางการ จุดเริ่มต้นของอาชีพนักเขียนของเขานั้นเริ่มด้วย หนังสือรวมกวีนิพนธ์นิรนาม Tamerlane and Other Poems (1827) ซึ่งเขาใช้นามปากกาว่า “ชาวบอสตันคนหนึ่ง”

เอดการ์ แอลลัน โพ นั้นให้ความสนใจกับงานร้อยแก้วร้อยกรอง เขาไข้เวลานานหลายปีเพื่อทำงานให้กับวารสารวรรณกรรมขนเริ่มเป็นที่รู้จักด้วยการวิจารณ์วรรณกรรมที่เขาเขียนขึ้นเอง ผลงานของ โพ นั้นส่งอิทธิพลต่ออวดวงวรรณกรรมทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ผลงานของเขาปรากฏอยู่บนวัฒนธรรมสมัยนิยม (popular culture ) หรือวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น ทั้งสรรณกรรม , กวี , ดนตรี , ภาพยนตร์ , บทละครทางโทรทัศน์ จนในปัจจุบันบ้านของเขาได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ตราบจนถึงปัจจุบันนี้

[Top]

กวีเอกโลกไม่ลืม โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค

poet barkบาค นักกวีชื่อก้องโลกที่หลายท่านคงจะรู้จัก วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับความเป็นมาของเขา โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) เป็นที่รู้จักว่าเป็นนักคีตกวี เกิดในประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ 1685 บาค เกิดในครอบครัวของนักดนตรี ในเมือง ไอเซนัค ในยุตที่รุ่งเรืองที่สุด บาค เป็นนักประพันธ์ดนตรีในสมัยบาโรค เขาสร้างบทประพันธ์และกวีของเขาจนมีเอกลักษณ์โดดเด่นจนเปรียบเสมือนเป็นรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงยุคสมัยไปเลยทีเดียว และเขายังมีอิทธิพลจน มีนักคีตกวีเอกของโลกในยุคสมัยเดียวกันให้ความเคารพการนับถือ อย่าง โมซาร์ท และเบโธเฟ่น ยอมรับในฐานะอาจารย์

หากจะมองถึงความสำเร็จของคีตกวีเอกคนนี้ ต้องกล่าวถึงความสามารถในการประพันธ์ที่โดดเด่นในทุกแง่มุม ใส่ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ประพันธ์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด บาค ฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก เป็นคนที่ชอบศึกษาค้นคว้าอยู่ ตลอดเวลา และเขายังเป็นต้นแบบของนักคีตกวีในยุคถัดมาที่ได้ฝากบทประพันธ์ไว้ให้คนรุ่นหลังมากมาย

ผลงานของ บาค มีการเรียงลำดับตามหลังคำว่า BWV (Bach Werke Verzeichnis) แปลความหมายว่า แคตตาล็อกผลงานของ บาค เรียบเรียงโดย โวล์ฟกัง ชมีเดอร์ ในปี ค.ศ1950 ซึ่งไม่ได้เรียงตามลำดับเวลาของบทประพันธ์ แต่เรียงตามลักษณะของบทประพันธ์ แบ่งออกได้หลายประเภทตามนี้

แคตตาล็อกของ บาค

BWV 1- 224 เป็นผลงานคันตาต้า (Cantata) หรือเพลงที่ใช้ขับร้องเพื่อประกอบกิจกรรมทางศาสนา

BWV 225- 48 เป็นบทประพันธ์เพื่อการร้องประสานเสียง

BWV 250- 524 เป็นบทประพันธ์เพื่อขับร้องและศาสนา

BWV 525- 748 เป็นบทประพันธ์สำหรับ ออร์แกน

BWV 772- 994 เป็นบทประพันธ์เพื่อ เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ด

BWV 995-1000 เป็นบทประพันธ์สำหรับ ลิวท์

BWV 1000 – 40 เป็นบทประพันธ์เพื่อ ดนตรีเชมเบอร์

BWV 1041- 71 เป็นบทประพันธ์สำหรับ วงค์ดุริยางค์

BWV 1041- 71 เป็นบทประพันธ์ของ แคนนอน และ ฟิวก์

[Top]